C
‹ ยุทธภพไร้ปุ่มออก

ตอนที่ 2

ตอนที่ 2 หิมะกับรสเลือด

เย็น

นั่นคือสิ่งแรกที่ภาคินรู้สึก ไม่ใช่เย็นแบบห้องแอร์ ไม่ใช่เย็นแบบหิมะในเกมที่แคปซูลจำลองไว้แค่ผิวหนัง มันคือความเย็นที่กัดเข้าไปถึงกระดูก เย็นจนนิ้วมือไม่ใช่นิ้วมืออีกต่อไป แต่เป็นท่อนไม้แข็งๆ สิบท่อนที่ติดอยู่กับส่วนปลายแขน

สิ่งที่สองคือรสชาติ

เค็ม คาว เหมือนอมเหรียญสนิมไว้ใต้ลิ้น

เลือด

"ยังไม่ตายอีกเหรอ"

เสียงผู้ชายดังอยู่เหนือศีรษะ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอีกสองเสียง ภาคินพยายามลืมตา หนังตาซ้ายบวมจนเปิดได้แค่เส้นเดียว ส่วนตาขวาเห็นท้องฟ้าสีเทาหม่น กิ่งสนที่มีหิมะเกาะ และใบหน้าสามใบที่ก้มมองลงมา

เด็กหนุ่มสามคน อายุไม่น่าเกินสิบแปด ใส่เสื้อผ้าฝ้ายหยาบสีคราม ผูกเอวด้วยเชือกสีเทา ผมมัดเป็นมวยบนศีรษะ

ภาคินรู้จักชุดนี้

เขาเคยเห็นมันมาแล้วหลายพันครั้งบนตัว NPC ในเกม ชุดศิษย์นอกของ สำนักเมฆาคราม สำนักเล็กบนเทือกเขาตอนเหนือที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เดินผ่านไปเฉยๆ เพราะไม่มีเควสดีๆ ไม่มีไอเทมดีๆ มีแค่ตำนานเศร้าๆ ว่าสำนักนี้ถูกล้างบางในสงครามครั้งใหญ่เมื่อร้อยปีก่อน

นี่มันอะไรกัน

เขาตายแล้วเกิดใหม่ที่จุดเกิดสำนักเมฆาครามงั้นเหรอ ระบบรีเซ็ตตัวละครหลังเครื่องร้อนเกินหรือเปล่า

เปิดเมนู

เขาคิดคำสั่งที่ใช้มาสามปี คำสั่งที่ไม่ต้องพูด ไม่ต้องขยับมือ แค่นึก แผงควบคุมสีเงินก็จะเลื่อนลงมาจากขอบบนของสายตา

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เปิดเมนู สถานะ แผนที่ ออกจากระบบ

ท้องฟ้าสีเทายังคงเป็นท้องฟ้าสีเทา ไม่มีแถบพลังชีวิต ไม่มีนาฬิกา ไม่มีแม้แต่ตัวเลขปิงที่มุมขวาบน

เขาอ้าปาก เสียงที่ออกมาแหบแห้งจนเขาเองแทบจำไม่ได้

"...ออกจากระบบ"

ความเงียบสั้นๆ แล้วเด็กหนุ่มสามคนก็หัวเราะลั่น

"พูดอะไรของมัน" คนตัวใหญ่ที่สุดตรงกลางพูด เขามีไฝเม็ดใหญ่ที่คาง ไหล่หนาเหมือนคนแบกของมาตั้งแต่เด็ก "หัวกระแทกหินแล้วเพ้อเจ้อเลยรึไง หลิวเฟิง"

หลิวเฟิง

ชื่อนั้นไม่ใช่ชื่อเขา แต่ก็คุ้นหูอย่างประหลาด เหมือนชื่อที่เคยอ่านผ่านตาในเควสบางเควสที่กดข้ามบทสนทนาไป

"พี่จาง" เด็กทางซ้ายพูด เสียงเริ่มกังวล "พอเถอะมั้ง ถ้ามันตายจริงผู้อาวุโสหลินเอาเรื่องแน่"

"ผู้อาวุโสหลินเมาไม่สนใจศิษย์พิการหรอก" พี่จางถ่มน้ำลายลงบนหิมะข้างหัวภาคิน "สำนักเลี้ยงมันมาสองปี กินข้าวฟรี นอนฟรี ฝึกอะไรก็ไม่ได้ ชีพจรพังตั้งแต่เกิด ตายไปสักคนก็ประหยัดข้าวได้หนึ่งชาม"

ชีพจรพัง

คำนั้นทำให้บางอย่างในหัวภาคินกระตุก แต่เขายังไม่ทันได้คิดต่อ พี่จางก็ยกเท้าขึ้น

และในวินาทีนั้น นิสัยสามปีของนักแข่งอันดับหนึ่งของโลกก็ทำงานเอง

น้ำหนักลงเท้าซ้าย สะโพกหมุนไปทางขวาเล็กน้อย ไหล่ไม่ขยับ แปลว่าเตะต่ำ เล็งที่ซี่โครงด้านขวา ถ้าม้วนตัวไปทางซ้ายครึ่งวินาทีก่อนเท้าถึง จะหลบได้เกือบทั้งหมด

สมองคำนวณเสร็จก่อนเท้าจะลงมาครึ่งทาง

แต่ร่างกายไม่ฟัง

เขาสั่งให้ม้วนตัว ร่างกายขยับได้แค่ครึ่งเดียวของที่สั่ง ช้ากว่าที่คิดเกือบหนึ่งวินาที เหมือนเล่นเกมด้วยอินเทอร์เน็ตที่ปิงห้าร้อย เท้าของพี่จางจึงไม่โดนซี่โครง แต่กระแทกเข้าที่ไหล่ซ้ายเต็มๆ

ความเจ็บระเบิดขึ้นเหมือนมีคนเอาค้อนทุบกระดูก ภาคินกลิ้งไปบนหิมะ เสียงที่หลุดออกมาจากคอไม่ใช่เสียงที่เขาตั้งใจจะร้อง

ในเกม ความเจ็บถูกจำกัดไว้ที่สามสิบเปอร์เซ็นต์ของความจริง ตามกฎหมาย

นี่ไม่ใช่สามสิบเปอร์เซ็นต์

"เอ้า" เด็กทางขวาอุทาน "มันหลบด้วยพี่จาง"

"หลบบ้าอะไร มันดิ้นเพราะเจ็บต่างหาก" พี่จางตอบ แต่ตาเขาหรี่ลงเล็กน้อย คนที่เคยแต่นอนให้เตะมาสองปีไม่ควรดิ้นออกจากจุดตายได้พอดี

ภาคินเห็นสายตานั้น และรู้ทันทีว่าตัวเองทำพลาด

ในเกม NPC ไม่เคยสงสัย แต่คนตรงหน้าสงสัย และความสงสัยของคนพาลมักจบด้วยกำปั้น

"จับมันไว้" พี่จางสั่ง

สองคนที่เหลือก้มลงมาคนละข้าง ภาคินมองมือทั้งสี่ที่เอื้อมลงมา สมองเห็นช่องว่างสามช่อง เห็นว่าเด็กทางซ้ายยืนบนน้ำแข็ง เห็นว่าเด็กทางขวาถนัดมือซ้าย เห็นว่าด้านหลังตัวเขาคือเนินลาดชัน

เขาเห็นทุกอย่าง แต่ร่างที่เขาอยู่ไม่มีแรงพอจะทำอะไรได้สักอย่าง

ดังนั้นเขาทำสิ่งเดียวที่ร่างนี้ทำได้

เขาไม่ต่อสู้

ตอนที่มือของเด็กทางซ้ายจะคว้าคอเสื้อ ภาคินเอนตัวไปหามันแทนที่จะหนี ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดที่มีอยู่ไม่กี่กิโลลงบนขาขวาของอีกฝ่าย ขาที่ยืนอยู่บนน้ำแข็ง

แรงเท่าเด็กสิบขวบก็พอแล้ว ถ้าพื้นลื่นพอ

เด็กทางซ้ายลื่นหงาย แขนฟาดไปโดนเด็กทางขวาที่กำลังก้มลงมา ทั้งสองล้มทับกันเป็นกอง และภาคินก็กลิ้งตัวออกจากใต้พวกมัน ไม่ใช่ไปทางที่ปลอดภัย แต่ไปทางเนินลาดชัน

"ไอ้บ้า มันจะทำอะไร"

เขาจำแผนที่ช่วงนี้ได้ เนินหลังสำนักเมฆาคราม ทางลาดยาวสามสิบเมตร ปลายทางคือลำธารน้ำตื้นที่ไม่เคยแข็งเพราะไหลเร็ว ผู้เล่นมือใหม่ใช้ทางนี้หนีมอนสเตอร์หมาป่าเพราะหมาป่าไม่ลงน้ำ

คนไม่ใช่หมาป่า แต่คนที่ไม่อยากเปียกกลางหิมะก็ไม่ลงน้ำเหมือนกัน

ร่างกายผอมบางกลิ้งลงเนินไปเหมือนกระสอบข้าว หินก้อนเล็กใต้หิมะทิ่มหลัง กิ่งไม้แห้งบาดแก้ม ฟ้ากับดินสลับที่กันสิบกว่ารอบ จนกระทั่งเสียงทุกอย่างถูกกลืนหายไปในน้ำเย็นเฉียบ

น้ำลึกแค่เข่า แต่เย็นจนหัวใจเหมือนจะหยุดเต้น

ภาคินคลานขึ้นไปใต้รากไม้ใหญ่ที่ยื่นออกมาจากตลิ่ง ตรงนั้นมีซอกเล็กๆ ที่หิมะไม่ตกถึง ในเกม มันคือจุดซ่อนตัวของเควสส่งจดหมาย ในโลกนี้ มันคือที่เดียวที่เขาจะไม่แข็งตาย

เสียงก้าวเท้าดังอยู่บนเนินสักพัก แล้วก็เงียบไป

"ช่างมัน" เสียงพี่จางลอยลงมา "ตกน้ำแบบนี้ คืนนี้ไม่รอดหรอก พรุ่งนี้ค่อยมาเก็บศพ ใครถามก็บอกว่ามันเดินตกเอง"

เสียงเท้าค่อยๆ จางหายไป

ภาคินนั่งกอดเข่าอยู่ในซอกหิน ฟันกระทบกันจนได้ยินเสียง เสื้อเปียกเริ่มแข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็งตามขอบผ้า เขาถอดเสื้อชั้นนอกออก บิดน้ำออกให้มากที่สุด แล้วสวมกลับเข้าไป เขาเคยดูสารคดีเอาตัวรอดที่แม่เปิดทิ้งไว้ตอนขายของ ไม่คิดว่าจะได้ใช้จริง

ความคิดเรื่องแม่ทำให้อกเขาบีบแน่น

ตอนนี้แม่กำลังทำอะไรอยู่ แม่ได้ยินเสียงอะไรตอนที่เคาะประตู แม่เปิดแคปซูลแล้วเห็นอะไร

เขาส่ายหัวแรงๆ จนแผลที่หน้าผากเจ็บแปลบ

อย่าเพิ่งคิดเรื่องนั้น นักแข่งที่เสียสมาธิกลางแมตช์คือนักแข่งที่แพ้ ตอนนี้มีแมตช์เดียวที่สำคัญ

รอดให้ถึงเช้า

เขาเริ่มทำสิ่งที่ทำทุกครั้งก่อนแข่ง คือเช็กสถานะตัวเอง แต่ครั้งนี้ไม่มีหน้าต่างให้ดู ต้องใช้มือคลำเอา

ไหล่ซ้ายบวม ขยับได้แต่เจ็บ น่าจะแค่ช้ำไม่ถึงกระดูกหัก ซี่โครงขวาเจ็บตอนหายใจลึก อาจร้าวหนึ่งซี่ หน้าผากแตก เลือดหยุดแล้ว ฟันครบ นิ้วเท้ายังรู้สึก

และมีอย่างหนึ่งที่ผิดปกติ

เขาหายใจลึกแล้วกดลมหายใจลงไปที่ใต้สะดือ ท่าหายใจที่ตัวละครในเกมใช้เรียกลมปราณ ในเกม ทำแบบนี้แล้วจะรู้สึกอุ่นๆ ที่ตันเถียน แล้วความอุ่นจะกระจายไปตามชีพจร

ความอุ่นมาจริง นิดเดียว เท่าเทียนไขที่ใกล้จะดับ

แต่มันไม่ยอมไหลไปไหน มันวนอยู่ใต้สะดือเหมือนน้ำที่เจอกำแพง ชนกำแพงที่มองไม่เห็นสองสามครั้ง แล้วก็ค่อยๆ หายไป

ชีพจรพังตั้งแต่เกิด

คำพูดของพี่จางดังขึ้นอีกครั้งในหัว พร้อมกับความทรงจำบางอย่างที่ค่อยๆ ชัดขึ้น เควสส่งจดหมายในสำนักเมฆาคราม ผู้ส่งจดหมายคือศิษย์พิการคนหนึ่ง เขากดข้ามไปเพราะรางวัลเควสคือเหรียญทองแดงสิบอัน ไม่คุ้มเวลา

แต่เขาจำได้บรรทัดสุดท้ายของเควส เพราะมันเศร้าจนแปลก

ฝากจดหมายนี้ไปให้พี่สาวของข้าด้วย ถ้าข้าไม่ได้กลับไปหานางแล้ว

ภาคินนิ่งไป

ชื่อ NPC ตัวนั้นคืออะไรนะ

เขายังนึกไม่ออก แต่ความกระหายน้ำเริ่มรุนแรงกว่าความคิด เขาก้มตัวลงไปที่ริมลำธาร ตรงที่น้ำไหลช้าจนแข็งเป็นแผ่นบางใสเหมือนกระจก แสงจันทร์ที่เพิ่งโผล่พ้นเมฆสองลงมาพอดี

เขาเห็นใบหน้าในน้ำแข็ง

ใบหน้าผอมซีดของเด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ด ตาโต คิ้วบาง มีแผลเป็นเส้นเล็กๆ พาดผ่านหางคิ้วซ้าย ผมยาวเปียกแนบหน้าผาก

ไม่ใช่ใบหน้าของภาคิน

ไม่ใช่ใบหน้าของกระบี่ไร้นามที่เขาปั้นอยู่สองชั่วโมงตอนสร้างตัวละคร

แต่เขาเคยเห็นใบหน้านี้

เขาเคยเห็นมันนอนนิ่งอยู่ริมลำธารสายนี้ ในฉากเปิดของเควสส่งจดหมาย ตอนที่ผู้เล่นเดินมาพบศพพร้อมจดหมายฉบับหนึ่งในมือ

สารบัญ
⚑ รายงานตอนนี้

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!